สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรกิจกรรม ณ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา จ.ลำพูน

ข่าว, งานอาสาพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่เศรษฐกิจพอเพียง

วันที่: 22 มกราคม 2557

ประเภท: งานอาสาพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่เศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2557 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดอาคารศิลป์สิริซึ่งเป็นศูนย์ผลิตภัณฑ์ OTOP ของโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษาและทอดพระเนตรกิจกรรมภายในอาคารดังกล่าวซึ่งหนึ่งในฐานการเรียนรู้ของแหล่งเรียนรู้ SEED ที่ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์เซรามิค ผ้าทอมือ ผ้ามัดย้อม การสกรีนผ้า พวงกุญแจ และการผลิตน้ำดื่มของโรงเรียนซึ่งมีกระบวนการกรองโดยใช้ระบบReverse Osmosis นำน้ำจากแม่น้ำกวงซึ่งไหลผ่านด้านหลังโรงเรียนมาผ่านกระบวนการกรองเพื่อผลิตน้ำไว้ดื่มเอง เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้
จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรฐานการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ลำพูนซึ่งจัดแสดงเป็นนิทรรศการถ่ายทอดเรื่องศิลปวัฒนธรรมล้านนาและความเป็นมาของจังหวัดลำพูน ต่อมาเสด็จพระราชดำเนินไปยังแปลงนาเพื่อโยนเมล็ดพันธุ์ข้าว ก่อนเสด็จประทับ ณ เรือนรับรองทรงไทย และพระราชดำเนินกลับ
ในส่วนของการเตรียมกิจกรรมและการจัดฐานการเรียนรู้ก่อนการรับเสด็จนั้น คณะทำงานโครงการอาสาพัฒนาคุณภาพชีวิตสู่เศรษฐกิจพอเพียง สำนักงานอาสากาชาด ได้มีการติดตามงานโครงการฯ และการเตรียมความพร้อมในการรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ณ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา จ.ลำพูน เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2557 คณะทำงานโครงการฯได้เดินทางไปติดตามงานโครงการฯ ณ โรงเรียนนครสวรรค์ปัญญานุกูลจ.นครสวรรค์และโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษาจ.ลำพูน โดยครั้งนี้ได้เป็นวิทยากรแนะนำวิธีการทำงานของเครื่องเพาะถั่วงอกอัตโนมัติให้กับนักเรียนในกลุ่มงานเกษตรของทั้ง 2 โรงเรียนได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติเพื่อให้มีความชำนาญและสามารถถ่ายทอดความรู้สู่ผู้อื่นหรือนำไปประกอบอาชีพได้
สำหรับศูนย์การเรียนรู้ซึ่งบูรณาการวิชาการกับสิ่งแวดล้อมหรือ SEED มาจากคำว่า Science for Energy and Environmental Discoveries in School ภายในโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา จ.ลำพูน สำนักงานอาสากาชาดร่วมกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โดยความร่วมมือจากดร.ณรงค์พันธ์ ฉุนรัมย์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้ามาดำเนินการพัฒนาองค์ความรู้เพิ่มเติมโดยการจัดทำขึ้นเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้การสร้างจิตสำนึกเรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อม เข้าใจในวิถีเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งยกระดับให้เป็นศูนย์กลางแหล่งเรียนรู้ระดับจังหวัด โดยแบ่งเป็นฐานการเรียนรู้ต่างๆ ทั้งหมด 22 ฐาน ยกตัวอย่างฐานการเรียนรู้ที่น่าสนใจ เช่น ฐานที่ 6 ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ สามารถสูบน้ำทั้งจากแหล่งผิวดินและแหล่งน้ำใต้ดินที่เป็นบ่อบาดาล ตั้งแต่เวลาที่มีแสงอาทิตย์จนอาทิตย์ลับขอบฟ้า โดยแผงเซลล์แสงอาทิตย์จะทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนมอเตอร์ของเครื่องสูบน้ำให้สูบน้ำในเวลากลางวัน น้ำที่สูบได้จะถูกเก็บไว้ในถังเก็บน้ำซึ่งติดตั้งอยู่บนหอสูบน้ำจากหอสูบจะมีแรงดันเพียงพอที่จะไหลไปสู่บ้านผู้ใช้น้ำ การใช้ประโยชน์จากน้ำที่ใช้ระบบสูบน้ำดังกล่าวคือ การนำไปรดน้ำต้นไม้ หรือใช้ในการเกษตร เป็นต้น ฐานที่ 8 ก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์ เป็นการกำจัดและใช้ประโยชน์จากของเสียที่เกิดขึ้นในครัวเรือนเป็นระบบบำบัดและแก้ปัญหาวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของเสีย ซึ่งสามารถนำมาแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากของเสีย เช่น เศษอาหาร มูลสัตว์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในเรื่องของกลิ่น แมลงวันและโรคภัยต่างๆ สุขภาพอนามัย โดยใช้กระบวนการนำสารอินทรีย์ที่มีอยู่ในของเสียไปหมักในสภาพไร้ออกซิเจน เพื่อให้จุลินทรีย์ย่อยสลาย บำบัดของเสีย และผลิตก๊าซชีวภาพเป็นพลังงานใช้หุงต้ม ให้แสงสว่างในครัวเรือน และได้ประโยชน์ด้านการป้องกันและรักษาสิ่งแวดล้อม ฐานที่ 13 จักรยานสูบน้ำเพื่อการเกษตร การประกอบอาชีพเกษตรกรรม แหล่งน้ำมีความสำคัญมากที่สุดปัจจุบันน้ำมันแพง ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เช่น เครื่องยนต์ใช้น้ำมัน ไฟฟ้าถ่านหินหรือก๊าซธรรมชาติ ที่ต้องซื้อเป็นต้นกำเนิดที่ทำให้เกิดพลังงานจึงจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ แต่พลังงานที่ได้จากธรรมชาติไม่ต้องซื้อและสามารถใช้ได้ไม่มีวันหมดสิ้น เช่น พลังงานจากแสงแดด แสงอาทิตย์ ลม น้ำ และอีกหนึ่งพลังงานซึ่งได้รับประโยชน์ 2 อย่างพร้อมกันคือ การออกกำลังกายและทำให้ร่างกายแข็งแรง จนเป็นต้นแบบของเครื่องมือเกษตรที่เรียกว่า จักรยานสูบน้ำ และระหัดวิดน้ำ หรือหลุกในภาษาเหนือตรงกับคำว่าระหัดในภาษากลาง หมายถึง สิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้หมุนรอบตัวเพื่อประโยชน์บางอย่าง เช่นหมุนเพื่อสาวถึงตักน้ำขึ้นจากบ่อ หมุนเพื่อวิดน้ำหรือหมุนเพื่อทดกำลังไปใช้อย่างอื่น แต่ในความหมายที่เป็นรับรู้โดยทั่วไปคือหลุกเป็นสิ่งประดิษฐ์ขนาดใหญ่แบบกังหันทำด้วยไม้ไผ่สร้างขึ้นเพื่อชักน้ำไปใช้ในการเกษตรหรือใช้กำลังจากน้ำไหลไปขับเคลื่อนครกกระเดื่องได้ ซึ่งแต่ละฐานที่ยกตัวอย่างมานี้มีความน่าสนใจตรงที่เป็นการผสมผสานทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิวัฒนาการสมัยใหม่เข้าด้วยกันอย่างลงตัวและสร้างประโยชน์ใช้สอยได้อย่างมีคุ้มค่า

หมวดหมู่