คู่มือการตรวจเยี่ยม

คู่มือสำหรับผู้ตรวจเยี่ยม
มาตรฐานต้านสิ่งเสพติด (TRC.VB Harm Prevention)
 
1. ขอบข่าย
            เอกสารชุดนี้กำหนดขั้นตอนการตรวจเยี่ยม เพื่อให้คำปรึกษาและการแนะนำการดำเนินงานตามมาตรฐานต้านสิ่งเสพติด ภายในเนื้อหาจะกำหนดโดยย่อถึงขั้นตอนการดำเนินงาน ในกระบวนการเพื่อการให้คำปรึกษาในระบบฯ และรายละเอียดขั้นตอนต่าง ๆ ของการตรวจเยี่ยมก่อนการให้การรับรอง
 
2. นิยาม
          2.1 สำนักงานอาสากาชาด หมายถึง หน่วยงานภายใต้สังกัดของสภากาชาดไทยที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ บริหารงานมาตรฐานต้านสิ่งเสพติดของสถานศึกษา
          2.2 สถานศึกษา หมายถึง หน่วยงานการศึกษาหรือหน่วยงานอื่นของรัฐหรือของเอกชน ที่มีอำนาจ หน้าที่หรือวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา
          2.3 วงจรการบริหารงานคุณภาพ (Deming cycle) หมายถึง กระบวนการที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากการจัดทำแผนงาน (Plan) มีการนำแผนไปปฏิบัติให้เกิดผลตามที่วางไว้ (Do) มีการควบคุมติดตามและประเมินผล (Check) สุดท้ายมีการนำผลที่ได้รับจากการประเมินมาปรับปรุงแก้ไข (Act) แล้ววางแผนใหม่ให้เกิดความก้าวหน้าของงานที่ทำอยู่เสมอเป็นวงจร
          2.4 การตรวจเยี่ยม หมายถึง การเข้าพบและให้คำปรึกษาแก่สถานศึกษาเพื่อให้มีการดำเนินงานตามมาตรฐานต้านสิ่งเสพติดของสถานศึกษา พิจารณากิจกรรมคุณภาพ และพิจารณาบุคคลของสถานศึกษาที่ยื่นขอการเชิดชูเกียรติบุคคลดีเด่น โดยผู้ตรวจเยี่ยมจะเข้าตรวจเยี่ยมสถานศึกษาอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง
 
3. บทบาทและหน้าที่ของผู้ตรวจเยี่ยม
          คณะผู้ตรวจเยี่ยมเป็นคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งจากสำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย    เพื่อเป็นผู้แทนของสำนักงานอาสากาชาดในการสนับสนุนช่วยเหลือให้การดำเนินงานต้านสิ่งเสพติดของสถานศึกษาเป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐานต้านสิ่งเสพติดซึ่งสำนักงานอาสากาชาดได้กำหนดขึ้น     หน้าที่ของผู้ตรวจเยี่ยมประกอบด้วย
 
          • ให้คำปรึกษาการดำเนินงานต้านสิ่งเสพติดของสถานศึกษา (Know-how Support)
          • สนับสนุนและให้กำลังใจบุคลากรของสถานศึกษา (Moral Support)
          • พิจารณาบุคคลดีเด่นส่งเสริมมาตรฐานต้านสิ่งเสพติด
          • พิจารณากิจกรรมคุณภาพของสถานศึกษา
 
4. หลักการทั่วไปในการตรวจเยี่ยมสถานศึกษา
          4.1 คณะผู้ตรวจเยี่ยมประกอบด้วยหัวหน้าคณะ 1 ท่าน และผู้ตรวจเยี่ยมอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดแต่งตั้งโดยสำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย
          4.2 การตรวจเยี่ยมจะดำเนินการทั้งหมดอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง ในรอบปีการศึกษาของสถานศึกษา โดยเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึง เดือนธันวาคม
 
5. เอกสารที่ใช้ในการตรวจเยี่ยมสถานศึกษา
          5.1 ข้อกำหนดทั่วไปตามมาตรฐานต้านสิ่งเสพติดของสถานศึกษา ใช้สำหรับอ้างอิงและให้คำปรึกษาแก่สถานศึกษาในการดำเนินงานต้านสิ่งเสพติด
          5.2 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองมาตรฐานต้านสิ่งเสพติดของสถานศึกษา
          5.3 หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองบุคคลดีเด่นส่งเสริมมาตรฐานต้านสิ่งเสพติดของ สถานศึกษา   ใช้สำหรับพิจารณาบุคคลดีเด่นส่งเสริมมาตรฐานต้านสิ่งเสพติด
          5.4 รายงานการตรวจเยี่ยม เป็นแบบฟอร์มเพื่อใช้สำหรับบันทึกผลการตรวจเยี่ยมในแต่ละครั้ง
          5.5 เอกสารที่จัดทำโดยสถานศึกษา เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นตาม “ข้อกำหนดทั่วไปตามมาตรฐานต้านสิ่งเสพติดของสถานศึกษา”ว่าด้วยข้อกำหนดด้านเอกสาร
 
6. การดำเนินการตรวจเยี่ยม
          6.1 การเตรียมการและวางแผน
                   6.1.1  หัวหน้าคณะผู้ตรวจเยี่ยมจัดทำแผนการตรวจเยี่ยม   โดยระบุสิ่งต่างๆดังนี้   
Ÿ วันและเวลาของการดำเนินการตรวจเยี่ยม
Ÿ วัตถุประสงค์และขอบเขตของการตรวจเยี่ยม
Ÿ เอกสารที่จะใช้ประกอบในการตรวจเยี่ยม
Ÿ บุคลากรภายในหรือภายนอกสถานศึกษาที่จะเข้าพบเพื่อทำการสัมภาษณ์และซักถาม
Ÿ หัวข้อและประเด็นที่จะทำการสัมภาษณ์และซักถาม  
                   
                                6.1.2  หัวหน้าคณะผู้ตรวจเยี่ยมนัดการประชุมผู้ตรวจเยี่ยม
                 Ÿ ชี้แจงแผนการตรวจเยี่ยม
                 Ÿ มอบหมายหน้าที่ของผู้ตรวจเยี่ยมแต่ละท่านในการเข้าตรวจเยี่ยม
                 Ÿ จัดเตรียมรายการคำถามที่จะตรวจไว้ล่วงหน้า
                   6.1.3  หัวหน้าคณะผู้ตรวจเยี่ยมแจ้งผู้รับการตรวจเยี่ยมของสถานศึกษา
Ÿ ยืนยันวันและเวลาการเข้าตรวจเยี่ยม
Ÿ นัดหมายบุคลากรของสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อการตรวจเยี่ยม
Ÿ แจ้งผู้รับการตรวจเยี่ยมในการเตรียมเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้อง
                   6.1.4  การแจ้งขอใช้ยานพาหนะเพื่อเดินทางไปยังสถานศึกษา
                 Ÿ หัวหน้าคณะผู้ตรวจเยี่ยมแจ้งขอใช้ยานพาหนะจากสำนักงานอาสากาชาด
                     Ÿ นัดหมายคณะผู้ตรวจเยี่ยมเกี่ยวกับการเดินทาง
         
    6.2 กิจกรรมในการตรวจเยี่ยม
                   6.2.1  หัวหน้าคณะผู้ตรวจเยี่ยมเปิดประชุมการตรวจเยี่ยม
Ÿ แนะนำกลุ่มผู้ตรวจเยี่ยมให้แก่ฝ่ายบริหารและผู้เกี่ยวข้องทราบ
Ÿ ชี้แจงกำหนดการในการตรวจเยี่ยม
Ÿ ชี้แจงวัตถุประสงค์และขอบข่าย
                   6.2.2   คณะผู้ตรวจเยี่ยมดำเนินการตรวจเยี่ยม
                     Ÿ ติดตามงานต่อเนื่องจากการตรวจเยี่ยมครั้งที่แล้ว
                 Ÿ สัมภาษณ์และซักถามผู้รับการตรวจเยี่ยมโดยใช้รายการคำถามที่เตรียมไว้ล่วงหน้า
                 Ÿ พิจารณาหลักฐานการดำเนินงานต้านสิ่งเสพติดของสถานศึกษาจากเอกสารต่างๆ
                Ÿ สำรวจและสังเกตกิจกรรม, สภาพแวดล้อมของสถานศึกษา
                                   Ÿ ทวนสอบข้อสงสัยจากสิ่งที่ตรวจพบ
                 Ÿ บันทึกสิ่งที่ตรวจพบ         
                   6.2.3  หัวหน้าคณะผู้ตรวจเยี่ยมประชุมกลุ่มเพื่อสรุปผลการตรวจเยี่ยม
Ÿ ความครบถ้วนของภารกิจที่กำหนดไว้ในแผนการตรวจเยี่ยม
Ÿ ข้อบกพร่องต่างๆที่ตรวจพบซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดมาตรฐานการต้านสิ่งเสพติด
Ÿ แนวทางการแก้ไขและการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
Ÿ ปัญหาและอุปสรรคของคณะผู้ตรวจเยี่ยม
Ÿ บันทึกลงในรายงานการตรวจเยี่ยมพร้อมแสดงหลักฐานประกอบ
                   6.2.4  หัวหน้าคณะผู้ตรวจเยี่ยมประชุมปิดการตรวจเยี่ยม
                                      Ÿ ชี้แจงผลการตรวจเยี่ยมให้แก่ฝ่ายบริหารและผู้เกี่ยวข้องทราบ
                 Ÿ ชี้แจงประเด็นต่าง ๆ เพื่อความกระจ่าง
                 Ÿ ยืนยันการดำเนินงานพัฒนาปรับปรุงงานของสถานศึกษาตามที่ได้ให้คำแนะนำ
                 Ÿ ขอบคุณในความร่วมมือ
               Ÿ ยืนยันวันที่จะเข้าตรวจเยี่ยมครั้งต่อไป                                                                                         
 
            6.3  การส่งรายงานการตรวจเยี่ยม
ให้คณะผู้ตรวจเยี่ยมส่งรายงานการตรวจเยี่ยมผ่านทางเว็บไซต์ www.kmdrugsabuse.in.th ภายใน 1 สัปดาห์ หลังการตรวจเยี่ยมเสร็จสิ้นแล้ว
 
7. การพิจารณาให้การรับรองคณะบุคคล/บุคคลดีเด่นส่งเสริมการดำเนินงานระบบการต้านสิ่งเสพติด
          ในการพิจารณาให้การรับรองคณะบุคคล/บุคคลดีเด่นส่งเสริมมาตรฐานต้านสิ่งเสพติดนั้น คณะผู้ตรวจเยี่ยมได้รับมอบหมายจากสำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย ให้เป็นผู้พิจารณา  โดยมีขั้นตอนดังนี้
          7.1 ศึกษาและทำความเข้าใจ “หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองบุคคลดีเด่นส่งเสริมมาตรฐานต้านสิ่งเสพติด ของสถานศึกษา” ซึ่งเป็นเอกสารที่สำนักงานอาสากาชาดได้จัดทำขึ้น
          7.2 พิจารณารายละเอียดข้อมูลในใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัคร เช่น สำเนาใบ ประกาศนียบัตรหรือ/ ใบรับรองเกี่ยวกับการอบรมการต้านสิ่งเสพติด, สำเนาเอกสารเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในหน้าที่/ความรับผิดชอบของผู้สมัคร
          7.3 เตรียมประเด็นและคำถาม แนวทางในการสัมภาษณ์ ระยะเวลาในการสัมภาษณ์ 
          7.4 นัดหมายบุคคลที่จะทำการสัมภาษณ์ตามรายชื่อก่อนการเดินทางไปยังสถานศึกษา
          7.5 สัมภาษณ์ผู้บริหาร ครู นักเรียนตามรายชื่อที่ระบุในใบสมัคร
          7.6 สรุปผลการพิจารณาและบันทึกผ่านทางเว็บไซต์ www.kmdrugsabuse.in.th พร้อมส่งเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาและมติของคณะผู้ตรวจเยี่ยมมายังสำนักงานอาสากาชาดภายในเดือนธันวาคม
 
 
8. การพิจารณาให้การรับรองกิจกรรมคุณภาพ
 
ในการพิจารณาให้การรับรองกิจกรรมคุณภาพของสถานศึกษาที่สมัครขอการรับรองนั้น คณะผู้ตรวจเยี่ยมได้รับมอบหมายจากสำนักงานอาสากาชาด สภากาชาดไทย ให้เป็นผู้พิจารณา โดยมีขั้นตอนดังนี้
          8.1 ศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนดของกิจกรรมคุณภาพ ในเอกสาร “ข้อกำหนดทั่วไปตามมาตรฐานต้านสิ่งเสพติดของสถานศึกษา” ในข้อที่ 5 ว่าด้วย ข้อกำหนดของกิจกรรมในการต้านสิ่งเสพติด ซึ่งเป็นเอกสารที่สำนักงานอาสากาชาดจัดทำขึ้น
          8.2 พิจารณารายละเอียดของกิจกรรมที่สถานศึกษาสมัครขอการรับรองจากใบสมัครและเอกสารที่แสดงหลักฐานของการทำกิจกรรม  
          8.3 เตรียมประเด็นและคำถาม โดยเน้นถึงการใช้กระบวนการ PDCA และผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมในการทำกิจกรรม
          8.4 นัดหมายบุคลากรของสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเพื่อทำการสัมภาษณ์
          8.5 สัมภาษณ์และบันทึกผลการสัมภาษณ์และสรุปผลการพิจารณา แล้วส่งผลมายังสำนักงานอาสากาชาด พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณา
 
9. แนวทางการสัมภาษณ์บุคลากรของสถานศึกษา
          การสัมภาษณ์ผู้บริหาร ประเด็นในการสัมภาษณ์ ได้แก่......

  • ปัญหาเกี่ยวกับสิ่งเสพติดภายในสถานศึกษาและชุมชนรอบข้าง
  • นโยบายการต้านสิ่งเสพติด
  • วัตถุประสงค์และเป้าหมายในการต้านสิ่งเสพติด
  • การจัดโครงสร้างองค์กร อำนาจหน้าที่
  • การจัดสรรทรัพยากรทั้งบุคลาการและงบประมาณ
  • การสื่อสารไปยังครู นักเรียน ผู้ปกครอง บุคลากรทุกระดับภายในสถานศึกษาและชุมชนรอบข้าง
  • การติดตามและควบคุมการดำเนินงาน
  • การประชุมเพื่อประเมินผลของแผนงานและกิจกรรม
  • การตรวจสอบการดำเนินงาน
  • การทบทวนผลการดำเนินงานและความต่อเนื่องของการปรับปรุง

 
          การสัมภาษณ์ครู ประเด็นในการสัมภาษณ์ ได้แก่......

  • ความเข้าใจในนโยบายและวัตถุประสงค์
  • การวางแผนงาน
  • การดำเนินกิจกรรม
  • ความรู้และทักษะเกี่ยวกับการต้านสิ่งเสพติด
  • การใช้และควบคุมงบประมาณ
  • การติดตามและควบคุมการดำเนินกิจกรรม
  • การวัดผลกิจกรรม
  • การทบทวนผลการดำเนินงานและความต่อเนื่องของการปรับปรุง
  •  การสนับสนุนจากฝ่ายบริหาร

 
           การสัมภาษณ์นักเรียน ประเด็นในการสัมภาษณ์ ได้แก่......

  • ความเข้าใจในนโยบายและวัตถุประสงค์
  • ความรู้และทักษะเกี่ยวกับการต้านสิ่งเสพติด
  • การมีส่วนร่วมในกิจกรรมการต้านสิ่งเสพติด
  • ความพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรม
  • ประโยชน์ที่ได้รับ
  • การรับรู้ของผู้ปกครองนักเรียน

 
10. รายการคำถามในการตรวจเยี่ยม
 
          10.1 รายการคำถามเป็นเครื่องมือในการช่วยประกอบเป็นแนวทางให้ผู้ตรวจเยี่ยมสามารถ ที่จะจัดระบบ วางแผน ดำเนินการและทำรายงานการตรวจเยี่ยมได้ง่ายขึ้น
          10.2 การจัดทำรายการคำถามมาตรฐานไม่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับ  แต่เป็นข้อเสนอแนะที่ควรทำเป็นอย่างยิ่งเพื่อการตรวจเยี่ยมที่เป็นระบบ
          10.3 รายการคำถามที่ดีควรประกอบไปด้วยโครงสร้างของคำถามเพื่อช่วยให้ผู้ตรวจเยี่ยมสามารถ    ถามหาหลักฐานในการตรวจเยี่ยมได้อย่างครบถ้วน
          10.4 การศึกษาทำความเข้าใจกับระบบของสถานศึกษา โดยการทำการตรวจพิจารณาเอกสาร ต่างๆ ของสถานศึกษา หรือการพิจารณากระบวนการเบื้องต้น จะทำให้การจัดทำรายการคำถามในการตรวจเยี่ยมครั้งต่อไป มีการปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป
          10.5 การบันทึกสิ่งต่าง ๆ ที่ได้ตรวจพบไว้ในรายการคำถามมาตรฐานสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐาน หรือเป็นส่วนหนึ่งของรายงานการตรวจเยี่ยมได้
 
11. ข้อพึงระวังในการตรวจเยี่ยม
           11.1 ตรงต่อเวลา ตรวจเยี่ยมให้เสร็จสิ้นตามแผนและระยะเวลาที่กำหนดไว้  หากจำเป็นต้องเกินเวลาต้องได้รับความยินยอมจากผู้รับการตรวจเยี่ยม
           11.2 ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในขอบเขต  เน้นการให้คำปรึกษาแก่ผู้รับการตรวจเยี่ยม โดยยึดถือข้อกำหนดในมาตรฐาน ไม่ใช้เหตุผลส่วนตัวในการพิจารณา
           11.3 มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับผู้รับการตรวจเยี่ยม รักษาจังหวะในการเป็นผู้ฟังและผู้ถามในบทบาทอันสมควร
           11.4  มีความเป็นกลาง มีคุณธรรม สุขุมรอบคอบ ไม่แสดงอากัปกิริยาที่ส่อไปในทางที่ไม่ดี เช่น เรียก/รับอามิสสินจ้างรางวัลต่าง ๆ ในระหว่างการตรวจเยี่ยม
           11.5 มีมารยาท ไม่วิจารณ์การบริหารงานของสถานศึกษา หรือเปรียบเทียบระหว่างสถานศึกษาด้วยกัน
           11.6 ข้อบกพร่องที่ตรวจพบ จะต้องได้รับการยอมรับจากผู้รับการตรวจเยี่ยม โดยมีหลักฐานประกอบที่ชัดเจน
 
 
______________________________

ทำไมต้องมีคู่มือตรวจเยี่ยม

เพื่อให้เป็นแนวทางให้ผู้ตรวจเยี่ยมได้ใช้เป็นมาตรฐานในการตรวจเยี่ยมโรงเรียน